การคอนฟิก Interface Router (telindus) ชนิด Nx บน SDSL
ให้ข้อมูลโดย...แผนกวิศวะ

บทนำ
Telindus Inf. Router ที่เห็นมีอยู่ 2 แบบ คือ แบบ Nx กับแบบ Transparent ในที่นี้ขอเสนอแบบ Nx บนโมเด็มชนิด SDSL

ติดตั้งโปรแกรม
TMA
นื่องจากแผ่นโปรแกรมที่ให้มากับอุปกรณ์เจอปัญหาคือ  ไม่สามารถป้อนข้อมูล ip address ที่เกิน 199 ได้  ก็ขอแนะนำให้ไปดาวโหลดจาก Server ของ ทข.(ต) โดยให้ ftp ไปที่ 202.129.16.28 (ถ้าเป็น Intranet ใช้ 39.1.6.101) ซึ่ง Software ของ Teledus จะอยู่ที่โฟลเดอร์ /home/software/TMA เมื่อดาวน์โหลดมาแล้วก็ให้ทำการติดตั้ง ซึ่งการติดตั้งต้องติดตั้ง 2 สองส่วนคือ ส่วนของโปรแกรม TMA (ไฟล์ setup.exe ที่อยู่ในโฟลเดอร์ TMA) และส่วนของ MODEL FILE (ไฟล์ setup.exe ที่อยู่ในไฟลเดอร์ย่อย TMA(MODEL_FILE)) เมื่อติดตั้งสองส่วนนี้เสร็จแล้วก็สามารถจะคอนฟิก Interface Router ได้แล้ว  จริง ๆ แล้ว โปรแกรมนี้ใช้คอนฟิก telindus ที่เป็นโมเด็มธรรมดา (ที่ไม่ใช่ Inf. Router) ได้ด้วย

เชื่อมต่อ
PC เข้ากับ Telindus

เมื่อคลิกเมนู TMA จะได้หน้าต่างดังรูปที่ 1 จากนั้นให้คลิกปุ่ม Connect to a device (ปุ่มที่มีเครื่องหมายถูกสีแดงมุมซ้ายบน) ซึ่งเมื่อคลิกแล้วจะได้หน้าต่างดังรูปที่ 2


รูปที่ 1


ูปที่ 2

จากรูปที่ 2 ให้ทำการเลือก serial port ให้ตรงกับที่ต่อไว้กับเครื่อง PC แล้วให้คลิกปุ่ม Next ก็จะได้หน้าต่างดังรูปที่ 3


รูปที่ 3

ส่วนประกอบของTelindus Interface Router
เนื่องจาก Telindus Interface  Router เป็นการรวมเอา Modem กับ Router มาไว้ในตัวเดียวกัน   ฉะนั้น การคอนฟิกต้องแยกการคอนฟิกเป็นสองส่วน คือส่วนของโมเด็ม และส่วนของ router ที่อยู่ในเครื่องเดียวกัน

จุดสำคัญ
ในรูปที่ 3 นี้มีจุดสำคัญอยู่คือถ้าเราเลือก On device แล้วคลิกปุ่ม Finish จะเป็นการเข้าสู่การเซ็ต Interface  Router และถ้าเราเลือก After device  แล้วคลิกปุ่ม Finish จะเป็นการเข้าสู่การเซ็ตส่วนของโมเด็ม  ซึ่งเราจะต้องทำการคอนฟิกทั้งส่วนของโมเด็มและส่วนของ Interface Router โดยในตอนแรกนี้ให้ทำการเซ็ตในส่วนของโมเด็มก่อน

การคอนฟิกส่วนโมเด็ม (โมเด็มที่รวมอยู่ในตัวเดียวกันกับ
router)
หมายเหตุ
: การคอนฟิกในส่วนของโมเด็มที่ใช้ Inf. router จะเหมือนกับ การคอนฟิกโมเด็มที่เป็นอินเตอร์เฟส V.35  ฉะนั้นในส่วนนี้ท่านสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการคอนฟิกโมเด็มที่เป็นอินเตอร์เฟส V.35 (Telindus) ฝั่งตรงข้ามได้  โดยจะมีจุดที่แตกต่างกันเพียงจุดเดียวคือในส่วนของ Clock  กล่าวคือ ถ้าเป็น Inf. router ส่วนของ clock จะอยู่ที่เมนู router (ดูรูปที่ 3 ประกอบ) แต่ถ้าเป็น V.35 ส่วนของ clock จะอยู่ที่เมนู v.35 (ขออภัยไม่มีรูปประกอบ) โดยถ้าเป็น v.35 ให้เซ็ต rTSControl และ clocking เป็น external (โมเด็มอยู่ติดกับ link)  

จากรูปที่ 3 ให้เลือก
After device (ค่าของ NMS และค่าอื่นไม่ต้องสนใจคือให้ใช้ค่าที่มีอยู่แล้ว) แล้วคลิกปุ่ม Finish ก็จะเป็นการเข้าสู่การเซ็ตค่าโมเด็ม ซึ่งจะได้หน้าต่างดังรูปที่ 4 (แตกเครื่องหมาย + ออกมาแล้ว)


รูปที่ 4

ากรูปที่ 4 ค่าที่ต้องเซ็ต มีดังนี้ (สมมุติว่าเราใช้วงจรความเร็ว 64k)

  • modem เนื่องจากอุปกรณ์ของเราจะติดตั้งเป็น customer site ดังนั้นให้เลือก channel เป็น remote

  • line ให้เลือก speed ของ line มีค่าไม่ต่ำกว่า speed ของ nx64  เช่นถ้าเราจะเปิดวงจรใช้งานเป็น 64k ก็ให้เลือก speed เป็น 128k ค่า (128k เป็นค่าต่ำสุดของ line เลยเลือกเป็น 64k ไม่ได้)

  • router ถ้าเรารับ clock มาจาก link (จากโมเด็มฝั่งตรงข้าม) ก็ให้เลือก clocking เป็น Slave-rcv Alternative

  • nx64 ให้เลือก interfaceSpeed ตามค่าที่ทาง link เปิดวงจรให้ ซึ่งในที่นี้คือ 64k

มาถึงตอนนี้ก็เป็นว่าเราได้เซ็ตค่าต่าง ๆ ของโมเด็มเสร็จแล้ว แต่ข้อมูลที่เซ็ตไว้ยังไม่ได้ส่งเข้าไปในตัวอุปกรณ์  การส่งข้อมูลคอนฟิกทั้งหมดเข้าไปเก็บในอุปกรณ์ทำได้ด้วยการคลิกปุ่ม Send all distributes to device (ปุ่มลูกศรสีเขียวชี้เข้าหาอุปกรณ์)  ก็เป็นอันเสร็จขั้นตอนการเซ็ตในส่วนของโมเด็ม

การคอนฟิกส่วนของ
Interface Router
จากรูปที่ 3 ให้เลือก On device แล้วคลิกปุ่ม Finish ก็จะเป็นการเข้าสู่หน้าต่างการคอนฟิก Interface Router ดังรูปที่ 5 (แตกเครื่องหมายบวกออกมาแล้ว)


รูปที่ 5

ในที่นี้สมมุติว่าเราต้องการใช้งานเป็น Frame Relay ที่ความเร็ว 64k โดยมี IP Address ต่าง ๆ ดังนี้ :

  • Wan IP : 192.168.60.22 (ฝั่งตรงข้ามเป็น 192.168.60.21) subnet 255.255.255.252

  • Ethnet IP address : 10.106.17.1 subnet 255.255.255.0

  • DLCI ปลายทางฝั่งลูกค้า : 19

การคอนฟิกขอสรุปเป็นขั้นตอนดังนี้:
1.การคอนฟิก lanInterface ให้คลิกที่หัวข้อ lanInterface แลให้ป้อนค่า ipAddress และ ipNetMask ดังรูปที่ 6


รูปที่ 6

2.การคอนฟิก wanInterface ให้คลิกที่หัวข้อ wanInterface แล้วให้ป้อนค่า ipAddress, ipNetMask และค่า encapsulation ซึ่งในที่นี้เราจะใช้เป็น Frame Relay ดังนี้ก็ให้เลือกเป็น frameRelay ดังรูปที่ 7


รูปที่ 7

3.การคอนฟิกรายละเอียดของ Frame Relay ให้คลิกที่เมนู View และให้เลือกเมนูย่อย Advanced ให้มีเครื่องหมายถูกอยู่ข้างหน้า (เพื่อเป็นการเข้าสู่โหมด Advanced) จากนั้นให้คลิกที่หัวข้อย่อย framerelay (อยู่ภายใต้หัวข้อ wanInterface) แล้วคลิก dlciTable ด้านขวามือดังรูปที่ 8


รูปที่ 8

จากนั้นให้คลิกที่ปุ่ม    คือปุ่ม Insert row before ซึ่งอยู่ด้านขวาล่าง เพื่อทำการเพิ่มค่า dlciTable โดยค่าที่จำเป็นต้องป้อนมีดังนี้ :

  • dlci ในที่นี้ได้รับค่ามาเป็น 19

  • cir (Committed Information Rate) ซึ่งอาจจะใส่ค่าสูงไว้ก่อนในที่นี้ใส่เป็น 64000 (64k) การใส่ค่าที่สูงไว้ซึ่งอาจจะใส่ค่ามากว่าค่าที่ทางผู้ดูแล Frame Relay ให้มาหรือสูงกว่าค่า link port ก็จะไม่มีปัญหาอะไรเพราะจริง ๆ แล้วค่านี้จะถูกจำกัดที่ Frame Relay Switch

  • eir (Excess Information Rate) ในที่นี้ใส่ค่าเป็น 0 เพราะค่านี้จะถูกกำหนดที่ Frame Relay Switch เช่นกัน

  • routing ให้เลือกเป็น enabled

  • gateway ให้ป้อนค่า wan ฝังตรงข้ามในที่นึ้คือ 192.168.60.21

และเมื่อป้อนค่าต่าง ๆ แล้วจะได้ดังรูปที่ 9


รูปที่ 9

จากนั้นให้คอนฟิก lmi type โดยให้คลิกที่หัวข้อ lmi ดังรูปที่ 9.1 แล้วเลือก type ด้านล่างซ้ายมือเป็น ansit1-617-d (เนื่องจาก FrameLink ของ CAT เขาบอกว่าให้เซ็ตเป็น ansi) ตามรูปที่ 9.1


รูปที่ 9.1

4.การคอนฟิก default route ให้คลิกหัวข้อ router และเลือกรายการ defaultRoute ด้านขวามือ ดังรูปที่ 10


รูปที่ 10

จากนั้นให้ทำการใส่ค่า default ซึ่งค่าที่ต้องใส่มีดังนี้ :

  • gateway ให้ใส่ค่า wan ฝั่งตรงข้าม

  • interface ให้เลือกเป็น wan

  • ค่าของ preference และ metric ให้เป็นค่า default

เมื่อใส่ค่าแล้วจะได้ดังรูปที่ 11


รูปที่ 11

ส่วนค่าอื่น ๆ นอกจากนี้ก็ไม่จำเป็นต้องเซ็ต

จากนั้นก็ให้ทำการส่งข้อมูลที่เซ็ตทั้งหมดเข้าสู่ device ด้วยการคลิกที่ปุ่ม send all distributes to device (ปุ่มลูกศรเขียวชี้เข้าหาอุปกรณ์)

สุดท้าย เพื่อเป็นการ active configuration ให้สามารถทำงานได้ ก็ให้ double click ที่คำว่า Active Configuration ดังรูปที่ 12


รูปที่ 12

-------------จบ-----------